[PSE - Mission4] To give someone the evil eye

posted on 16 Dec 2013 19:06 by pinkychan in PSE

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

================================================

 

 MISSION 4

 
MC. 4602 

 

To give someone the evil eye

 

ตัวละคร

หมอ - อิเลียต

ชายตาบอด - ซิกซ์ตี้

 

ยามพระอาทิตย์อัศดง กลางผืนนาสีทองที่ไกลสุดลูกหูลูกตาจรดกับท้องฟ้าสีส้มจามที่กำลังจะค่อยๆมืดมิดลง
ผืนดินลูกรังสีสนิมที่บงบอกว่าที่ทางแถวนั้นแทบจะไม่เคยเปลี่ยนจากเมือหลายสิบปีก่อนเลย
ในขณะที่ชายตาบอดย่ำเท้าไปตามทาง รถบรรทุกเก่าๆก็ขับเร็วปร๋อสวนทางกับเขาไป
ฝุ่นควันจากทั้งดินและรถตลบอบอวลเยอะเสียจนแทบจะฝังเขาให้เป็นเนื้อเดียวกับพื้นแถวนั้นให้ได้

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ได้เพียงแต่หันตามไปตามเสียงรดที่ว่านั่น
“อา...จะรีบไปไหนของเขากันนะ”

 

หลังจากนั้นไม่นานเสียงจักรยายเล็กๆก็ดังมาจากทางเดียวกันกับที่รถบรรทุกที่ผ่านมา
ชายคนหนึ่งปั่นมาอย่างเร็วเหมือนจะไล่ตามรถบรรทุกคนนั้น ก่อนจะสังเกตเห็นชายตาบอด
แล้วก็พยายามเบรกแต่ก็กลับเบรกไม่อยู่ตกลงไปข้างทาง

ชายตาบอดเดินเข้าไปถามอาการ แล้วช่วยพยุงเขาขึ้นมา นั่นทำให้เขารู้ว่า ในอีกข้างหน้าไม่ไกลนัก

มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่แห่งหนึ่ง ที่จวนเจียนจะถึงจุดจบเสียแล้ว..................

___________________________________________________________

 

 

ชายคนที่ปั่นจักรยานมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเขาชื่อ อิเลียต เป็นหมออาสาในหมู่บ้านข้างหน้า
ไม่นานที่ผ่านมาเกิดเรื่องประหลาดที่ทำให้คนในหมู่บ้านล้มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผู้คนต่างหวาดกลัว
จึงค่อยๆ ทยอยหนีออกจากหมู่บ้าน หมอคนแล้วคนเล่ายังไม่สามารถรักษาได้แล้วก็ออกจากหมู่บ้านไป
เฉกเช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ

“แล้วทำไม...ท่าถึงอยู่ที่นี่ละ” ชายตาบอดถาม

“เพียงแค่อยากจะช่วยคน เท่าที่ทำได้...” เขาตอบอย่างไม่ลังเล

ชายตาบอดพยักหน้าแล้วยิ้ม ก่อนจจะถูกสวนกลับมาด้วยทำถามว่าเขาทำไมจึงมาอยู่ที่นี่

เขาเล่าว่าตัวเขาเป็นมิชชันนารี่ที่เดินทางมาสอนหนังสือและศาสนาความรู้ต่างๆให้กับหมู่บ้านที่ห่างไกลไปเรื่อย

ก็เพียงเท่านั้น และกำลังจะเข้าไปพักที่หมู่บ้านข้างหน้า ชายอีกคนถึงพยายามบอกให้ชายคนนั้นไปพักที่อื่น

แต่หมู่บ้านที่อยู่ถัดไปนั้นห่างไกลมาก จึงช่วยไม่ได้ที่เขาต้องไปพักที่นั่น

 

 

พอไปถึงที่นั่นก็ค่ำพอดี ทุกที่แถวนั้นมืดมิด หมู่บ้านดูไร้ผู้คนบ้านเกือบทุกหลังปิดและดับไฟจนเกือบหมด

เหลือเพียงแสงไฟในบ้านที่ยังคงมีคนอยู่เพียงไม่กี่หลัง เดินเข้าไปได้ไม่นานนักก็ได้กลิ่นเนื้อเน่าตลบอบอวล

คงจะมีคนตายอยู่ที่ไหนซักแห่ง เขารู้สึกได้ และรู้สึกบางอย่างที่ไม่ค่อยดีที่อยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้

ชายผู้เป็นหมอชวนชายตาบอดเข้าพักที่บ้านของตน ไม่มีการปฏิเสธชายตาบอดรีบพยักหน้ารับทันที

 

ในบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์ ขวดยา อุปกรณ์ทดลองหนังสือ

ช่างเป็นของที่คุ้นเคยกับชายตาบอดเหลือเกิน เขาได้แต่ยืนยิ้มอยู่ในห้อง

ชายผู้เป็นหมอจัดหาห้องพักให้เขาและทิ้งชายตาบอดไว้ในห้องก่อนตนจะลงมาทำงานต่อ

เขาคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือ ทดลองวิจัยอย่างหนัก ขมวดคิ้ว ตลอดเวลาผิดกับตอนที่ยิ้มแย้มคุยกับชายตาบอด

ที่กำลังแอบดู(?) เขาจากที่ไม่ไกลนัก

 

ในคืนนั้นเองชายตาบอดแอบออกมาเดินกลางดึกในหมู่บ้านอย่างไม่กลัวโรคระบาด

เขาพบสิ่งที่น่าอเนจอนาถ ผู้คนล้มตาย ซากศพบางซากยังอยู่ที่ข้างถนน ศพอืดจนส่งกลิ่นคละคลุ้ง

เขาไม่สามารถทำอะไรกับสิ่งที่สูญสลายไปได้ ทำได้เพียงแต่เบือนหน้าหนี เขาเดินสำรวจต่อไป

จนกระทั่งเดินไปพบกับ ต้นไม้ที่อยู่หลังหมู่บ้านไม่ไกล

 

ต้นไม้ที่ตายแล้วถูกผูกติดกับอะไรบางอย่างอยู่เต็มต้น เรียงรายกันเต็มไปหมดหลังหมู่บ้าน

ลูกกลมที่เป็นวงน้ำเงินรอบวงกลมขาว ที่รอบนอกเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตามด้วยสีน้ำเงินอ่อน, ขาว และ น้ำเงินเข้ม

 

File:Votive tree cappadocia.jpg

 

 

ใช่เขาพอจะรู้จัก สิ่งนั้นมีหลายชื่อจากหลายท้องถิ่น นาซา,มือของฮัมซา, มือของมิเรียม, มือของฟาติมาะห์

แต่ผู้คนทั่วไปอาจจะเรียกมันว่า “นัยน์ตาปีศาจ” ถึงจะเรียกอย่างนั้น มันก็เป็นเพียงแค่เครื่องรางจากความเชื่อ

เพื่อปัดเป่าผู้ที่ประสงค์ร้าย ป้องการการสาปแช่ง ป้องกันภัยพิบัติโชคร้าย พวกเขาเชื่อกันว่ามันเป็น
“อุปกรณ์เพื่อยับยั้งความอิจฉาของจิตวิญญาณที่มีอำนาจเหนือชะตาของมนุษย์. . .”

 

แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ ยังคงค่อยๆล่มสลาย และเลื่อมถอยลงด้วยโรคระบาด

โรคระบาดที่เกิดขึ้นจาก.............

 

ชายตาบอดค่อยๆไล่มือไปตามเครื่องรางกลมสีฟ้ารูบนัยน์ตานั้น ก่อนจะสะดุดชะงักมัน แล้วหันมามองมัน

ใช่ว่าเครื่องรางจะนำพาแต่สิ่งดีๆ บางครั้งมันก็มีผลตรงกันข้ามเช่นกัน เขาสัมผัสถึง การจ้องด้วงดวงตา

ที่อิจฉาริษยา การการจ้องด้วยตาที่มีเวทมนตร์ที่ประสงค์ร้าย เครื่องรางบางอันในนั้น

อัดแน่นไปด้วยจิตมุ่งพยาบาทชั่วร้าย ใครบางคนได้สาปแช่งเอาไว้ ก่อนจะเอามาแขวนไว้ที่นี่.......

 

ชายตาบอดหยิบพิณออกมา ก่อนจะนั่งลงข้างๆต้นไม้พวกนั้น ขับกล่อมด้วยบทเพลงศักดิ์สิทธ์

พลังอะไรบางอย่างเมื่อได้ยินเสียงเพลงได้กรีดร้องโหยหวนออกมาควันจางๆ ลอยออกมาจาก

เครื่องรางต้องสาปนั้นพวยพุ่งและอ่อนแรงลง ก่อนที่ชายตาบอดจะเอื้อมมือไปหยิบสิ่งนั้นเอาไปทำลาย

เช้าวันต่อมาบางอย่างในหมู่บ้านดูสงบลง ชายตาบอดเดินลงมาจากห้องด้านบน ยังพบว่าผู้เป็นหมอ

ยังนั่งคร่ำเครียดจมอยู่กับงานวิจัยรักษา ชายตาบอดเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและสอบถามด้วยความเป็นห่วง

และบอกเขาว่าตนก็เคยเป็นหมอมาก่อนเสนอที่จะเป็นลูกมือช่วยเขา ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็น

แต่ก็มีความรู้เรื่องยารักษาโรคอยู่เยอะ ผู้เป็นหมอลังเลนิดก่อนจะตกลง

 

การวิจัยทำอยู่ไม่นานนัก สุดท้ายก็ออกมาสำเร็จสามารถรักษาอาการคนในหมู่บ้านให้ค่อยๆดีขึ้นได้

หมู่บ้านเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนดังเช่นเคยเป็น ข่าวลือได้ลอยไปไกลผู้คนที่จากไป

ต่างก็กลับหวนคืนมาอยู่ในหมู่บ้าน และเฉลิมฉลอง

ผู้เป็นหมอได้รับความชื่นชมในขณะที่ชายตาบอดได้เงียบหายไป เขาเก็บของเตรียมที่จะเดินทางต่อ

ยืนเฝ้าชมหมู่บ้านที่ดูมีความสุขแล้วยิ้มในใจ ก่อนจะแบกระเป๋าเดินออกไปหลังหมู่บ้าน

ข้างทางเต็มไปด้วยต้านไม้ที่ผู้ไว้ด้วยเครื่องรางที่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย แต่ครั้งนี้จิตไม่ดีได้หายไปแล้ว

เขาย่ำเท้าเดินไปเรื่อยๆ ไม่นาน เหมือนเดิมเหมือนเดิมดั่งเช่นที่เคยพบตอนแรก เสียงปั่นจักรยาน

ของผู้เป็นหมอไล่ตามเขามา ก่อนจะเบรกไม่อยู่ร่วงลงไปข้างทางอีกครั้ง

 

“คุณรักษาคนป่วยแล้วนะครับ คุณน่าจะรักษาจักรยานของคุณบ้างนะ”

 

ชายตาบอดยิ้มก่อนจะช่วยหมออาสาคนนั้นลุกขึ้นมา

แต่กลับถูกดึงลงไปด้วยและทักท้วงว่าจะไปโดยไม่บอกเลยเหรอ ชายตาบอดได้แต่ยิ้มๆ รับในความผิดที่ถูกจับได้

ผู้เป็นหมออาสาที่จะไปส่งแต่จักรยานที่หล่นลงไปข้างทางล้อเบี้ยวจนไม่สามารถขี่ได้จึงเดินจูงไปส่งที่หมู่บ้านใกล้ๆ

 

เขาเล่นเรื่องราวหลายเรื่องแลกเปลี่ยนกันให้ฟังไประหว่างทางรวมทั้งเรื่องหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย และเครื่องรางนั้น

ก็เป็นความเชื่อของหมู่บ้านผู้คนมากมายเอามาแขวนเพื่อขับไล่ความชั่วร้าย หลายรุ่นต่อหลายรุ่น

หลายชั่วอายุคนจนเยอะขนาดนี้ ตอนแรกผู้เป็นหมอก็คิดว่าเกิดจากสิ่งนี้รึเปล่า แต่ไม่น่าจะใช่

ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็ควรจะเกิดขึ้นมานานมาแล้ว มันเป็นเพียงแค่โรคระบาดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานที่เท่านั้น

 

ชายตาบอดพยักหน้าเข้าใจอีกฝ่าย โดยที่ไม่ได้บอกว่ามีเครื่องรางอันนึงมีจิตมุ่งร้ายที่ทำให้หมู่บ้านเป็นเช่นนั้น

แต่บางครั้งการไม่รู้อะไรเลยก็น่าจะดีกว่า ผู้คนยังมีความเชื่อมั่นในบางอย่าง ทั้งๆที่ควรจะเชื่อมั่นในตัวเอง

ผิดกับหมอผู้นี้ที่เขาไปช่วยเหลือเอาไว้.......

 

ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะสินะ.......................

 

 

ไม่นานนักพวกเขาก็เดินคุยกันจนเพลินจนไปถึงหมู่บ้านถัดไป ได้เวลาที่ต้องลาจาก

ผู้เป็นหมอยื่นของบางอย่างให้ชายตาบอดเพื่อของคุณ เป็นกลมสีฟ้าที่มีวงสีขาวด้านในรูปดวงตา

 

“เครื่องรางช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายครับ เก็บเอาไว้กันภัย”

 

"นัยน์ตาปีศาจ"

 

ชายตาบอดหัวเราะนิดก่อนจะรับมาแล้วขอบคุณ บอกลากันเล็กน้อย

ก่อนชายตาบอดจะหันหลังแล้วเดินหายไปท่ามกลางผู้คนในหมู่บ้านนั้นเอง............

 

********************************************************

END MISSION

********************************************************

======================================================

 สรุปแบบย่อ

ซิกซ์ตี้เดินทางไปพบหมู่บ้านที่กำลังมีโรคระบาดอย่างหนัก

จากคำสาปแช่งที่อยู่ในเครื่องรางที่เรียกว่านัยน์ตาปีศาจของใครบางคน

และพบหมอที่พยายามช่วยผู้คนอยู่ที่นั่น เลยช่วยเหลือเขาและหมู่บ้านเอาไว้

ด้วยการทำลายจิตที่มุ่งร้ายต่อหมู่บ้าน และช่วยหมอคิดค้นยารักษาคนป่วยต่อ

=============================================

*จบมิชชั่นแล้วค่ะ* ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้วาดรูปเลยช่วงนี้

ขอลงเป็นฟิคนะคะ ขอเอารูปจากเว็บมาแปะหน่อยเพื่อความน่าอ่านยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่อ่านมากๆเลยค่ะ เขียนดีไม่ได้ยังไงช่วยติชมด้วยนะคะ เราเขียนฟิคมือใหม่มาก

 

เครดิตรูปค่ะ : http://en.wikipedia.org/wiki/Evil_eye

Comment

Comment:

Tweet