[PSE - Mission4] Give & Take

posted on 25 Dec 2013 20:20 by pinkychan in PSE

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

================================================

Mission4

MC. 4603 

 

ตัวละคร

ซิกซ์ตี้ แซนดี้ และเหล่าเด็กกำพร้าที่สถานรับเลี้ยงเด็ก

===================================================

หน้าหนาวในดึกคืนหนึ่งในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ขณะที่ทุกคนกำลังเร่งรีบกลับบ้านเพื่อหนีความหนาวเย็นจากหิมะที่ร่วงหล่นมาตลอดเวลาอย่างไม่ขาดสาย

เสียงกระดิ่งเล็กๆ ลั่นดังมาจากในที่ที่หนึ่งไม่ไกลจากสวนสาธารณะนัก เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนถือกล่องตะโกนรับบริจาคอยู่แถวๆ หน้าทางขึ้นรถไฟใต้ดินสวนสาธารณะนั้นเอง

“ขอเชิญร่วมบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ไม่มีที่อยู่หน่อยค่า” เธอตะโกนร้องเรียก

ผู้คนผ่านไปมาต่างให้ความสนใจน้อยนัก มีบางคนที่จะหย่อนเศษสตางค์ลงในกล่อง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่เดินผ่านไม่ได้สนใจที่จะหันมามองด้วยซ้ำ

 

ในตอนนั้นเอาเองก็กำลังกลับบ้านหลังทำภารกิจประจำวันเสร็จเช่นกัน บ้านอุ่นๆ คนรัก สัตว์เลี้ยง ทุกอย่างครบครับรออยู่ที่นั่นแล้ว แต่ก็เดินไปพบเด็กผู้หญิงนั่นเข้าพอดี เสียงของเธอ แม้ดวงตาของเราจะมืดสนิทแต่ก็ยังจำได้ เราย่ำเท้าเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้น

“แซนดี้?”


เธอหันกลับมาควับ ก่อนจะตกใจ รีบเก็บของของเธอทำท่าจะหนีไป แต่เรานั้นก็คว้าแขนของเธอไว้ก่อน

“ทำไมเธอ...ถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

“คุณซิกซ์ตี้!!!”


ใช่ เธอก็รู้จักเราดี เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ในบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เราดูแลเป็นอาจารย์สอนร้องเพลงอยู่ สำหรับเธอนี่อาจจะเป็นปีสุดท้ายที่ได้อยู่ที่นั่น เด็กที่อายุครบ 15 จะต้องออกไปจากบ้านรับเลี้ยงและมีหนทางเป็นของตนเอง แต่วันนี้เธอน่าจะยังอยู่ที่นั่น ยังมีคริสต์มาสสุดท้ายที่เตรียงเฉลิมฉลองรอเธออยู่ และเงินบริจาคก็มากพอสำหรับเด็กกำพร้าซึ่งไม่น่าจะออกมารับบริจาคแบบนี้....

“คือ....มารับบริจาค...หนูอยากจะซื้อของขวัญ....” เธอพูดเสียงอ่อน

ตัวเธอสั่นคงจะทั้งกลัวที่ถูกจับได้และความหนาวเย็นอันโหดร้ายของรัสเซียนั่นเอง

“เธอน่าจะได้รับเงินจากทีโบสถ์แล้วนี่ ทุกคนก็ซื้อของขวัญได้คนละอย่าง......”

“มันไม่พอ!!” เธอรีบเถียงออกมาทันที

“หืม...เธออยากจะได้อะไรเหรอครับ ของขวัญนะ ไม่ว่าอะไรแค่ให้คนได้รับก็ดีใจแล้วนะ เธอยากได้อะไรงั้นเหรอ”

เรายิ้มให้เธอเบาใจ ค่อยๆ ปล่อยแขนที่คว้าเธอไว้ออกมา ก่อนจะดึงผ้าพันคอตัวเองคล้องให้กับเด็กผู้หญิงที่ตัวหนาวสั่น

“หนู....อยากได้...ของเยอะมาก.....แต่จะเอาไปให้"

“เอ๋...ของเยอะ เหรอครับ มีคนหลายคนที่เธออยากจะให้เยอะเลยเหรอ งั้นเองเงินที่ได้ซื้อของเล็กๆให้เป็นไง ออกมาแบบนี้จะเป็นหวัดเอานะครับ”


เราเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ส่วนใหญ่เด็กๆจะชอบที่จะได้รับของขวัญ แต่เธอนั้นแปลก เราพาเธอไปนั่งในคาเฟ่ใกล้ๆ แล้วเลี้ยงนมอุ่นๆ และขนมให้กับเธอ และถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“คนรู้จัก ไม่สิเพื่อนของหนูที่อยู่ข้างนอกนี่....”

“อื๋อ? ครับ?”

“พวกเค้า....เป็นคนจรจัด หนู...หนู...เป็นเพื่อนกับพวกเค้าถึงเค้าจะจนแต่เค้าก็ไม่ได้ทำร้ายใครนะคะ หนูขอโทษที่แอบมาเที่ยวแล้วก็คบพวกเขา...” เด็กผู้หญิงก้มหน้ารู้สึกผิด

“ครับ...ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ” จากที่ฟังก็พอจะเข้าใจคร่าวๆ เราลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู

“ก็เลยอยากจะซื้อของขวัญให้พวกเค้า”

“อื้อ มีชุมชนอยู่แถวนั้นไม่ไกลจากรถไฟหรอก พวกเค้า....ไม่มีของขวัญ ไม่สิไม่เคยได้”

“แล้ว....รับบริจาคได้เท่าไหร่แล้ว”

“เท่านี้”

เธอยื่นกล่องที่มีเศษสตางค์เล็กน้อยที่อยู่ก้นกล่องให้ดู เราเลิกคิดด้วยความแปลกใจนิด เท่านี้คงไม่พอสำหรับหลายๆคนแน่ เราจึงหยอดตังที่เหลือในกระเป๋าให้ ถึงแม้จะไม่เยอะ แต่เด็กผู้หญิงก็ยิ้มดีใจ

“เอ่อ...เธอจะให้กี่คนน่ะ”

เธอยิ้มแป้นด้วยความดีใจก่อนจะตอบ “ก็น่าจะราวๆ สามสิบคนละมั้งคะ”

“เยอะขนาดนั้น....” เราเหลือบๆ มองเงินในกล่องนิด “นั่นจะพอเหรอครับ”

“หนูมีแผนเตรียมไว้แล้วละ”

เธอหยิบกระเป๋าเป๋ ขึ้นมาดึงของในนั้นมาให้ดู เสื้อไหมพรม ผ้าพันคอไหมพรม ถุงมือไหมพรมวางเรียงราบจำนวนมาก

“หนูถักได้เยอะแล้วค่ะ แค่มีเงินซื้อไหมพรมก็พอแล้ว ของพวกนี้เป็นสิ่งที่เค้าต้องการ เดี๋ยวหนูก็จะซื้อไหมพรมเพิ่มอีกมันไม่แพงหรอก ใกล้คริสต์มาสแล้ว จะต้องรีบทำ”

“เก่งจังครับถักคนเดียว?”

“ก็มีน้องๆ ที่สถานรับเลี้ยงเด็กช่วยถักน่ะค่ะ แต่ไม่รู้จะทันไหม คุณซิกซ์ตี้จะช่วยถักไหมคะ”


“เอ่อ...เราถักไม่ค่อยเก่งนะครับ......ถ้าไว้ใจ...”

เริ่มรู้สึกละอายใจนิดๆ ทั้งๆที่ตนเป็นเทวฑูตน่าจะมีความสามารถที่จะพออะไรช่วยได้บ้างแท้ๆ กลับได้แต่บริจาคเงิน แต่กระนั้นเธอก็หยิบไหมพรมในกระเป๋ามายื่นให้สองสามม้วน

“ของขวัญให้ด้วยใจ ขอแค่ให้คนรับก็ดีใจแล้วใช่ไหมคะ ไม่สวยไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“ครับ......” นี่สิน่าละอายยิ่งกว่า เรารับไหมพรมมาก่อนจะยิ้มให้ “เราจะพยายามนะครับ.....”


คืนนั้นเรานั่งคุยกันยาวอย่างมีความสุขได้ฟังความเห็นอะไรจากเธอมากมายเด็กน้อยได้กลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เรานัดวันที่จะไหมพรมที่ถัดไปให้เธอที่สถานรับเลี้ยงเด็กตอนชั่วโมงเรียน


และพอเรากลับบ้านก็เริ่มถักไหมพรม อันแรกๆก็รู้สึกจะแปลกๆนิด แต่พอถักไปเรื่อยๆก็เริ่มชินมือจนดูดีขึ้น เสื้อ หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โชคดีที่มีคนใกล้ตัวช่วยถักด้วยจึงด้วยความรวดเร็ว ยังพอมีเวลาเหลือก็ซื้อไหมพรมมาถักช่วยเพิ่ม ถักเพิ่มเรื่อยๆ จนถึงวันที่นัด.....

 

ในเย็นวันนั้น เป็นวันอีฟก่อนคริสต์มาส เธอและเด็กๆเพื่อนๆน้องๆของเธอลากถุงใบใหญ่ออกมาจากหน้าบ้านรับเลี้ยงเด็กก็ต้องประหลาดใจ รถเลื่อนเทียมม้าได้รอเธออยู่ เราโบกมือเรียกเธอให้พวกเธอขึ้นรถม้าที่เราเช่ามาให้

“มารับแล้วครับซานต้า”


เด็กๆ วิ่งกรูกันเข้ามา ขึ้นรถม้ากันอย่างตื่นเต้น ของขวัญที่ทำเองนั้นเต็มหลังรถ

น่าดีใจทั้งๆที่เด็กๆ เหล่านี้ก็เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีคนสนใจแท้ๆ แต่พวกเขาก็ยังใส่ใจผู้อื่น

รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปตามที่แซนดี้บอก ดูเธอจะมีความสุขกว่าใคร เธอยิ้มและมองทอดสายตาออกไปตามสถานรับเลี้ยงเด็กที่ค่อยๆห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

“หนูคงคิดถึง พอหนูออกไปทำงาน งานคงจะหนัก ไม่รู้จะได้กลับมาไหม” เราลูบหัวเธอ รับรู้ได้ถึงความเศร้านิดๆ

“แซนดี้ เธอเป็นเด็กที่ดีนะ เธอจะต้องได้กลับมาเยี่ยมที่นี่แน่ๆ เธอจะต้องได้ไปอยู่ที่ดีๆ เชื่อสิ”


“คงไม่มีใครอยากรับเลี้ยงเด็กๆ ที่โตแล้วหรอก มีแต่คนอยากได้เด็กตัวเล็กๆที่น่ารักทั้งนั้นล่ะ”

 เสียงของเธอฟังดูเศร้า

“ไม่หรอกครับ ไม่แน่นะ สำหรับเด็กดีอย่าเธอแซนดี้ ปีนี้ลองขอของขวัญซานต้าดูสิ เธออาจจะได้สิ่งที่เธอต้องการก็ได้นะ” เธอส่ายหน้า….

“ซานต้าน่ะ ไม่มีจริงหรอกค่ะ ใครๆก็รู้”

“งั้นก็อาจจะมีเทวดาประธานพรให้ก็ได้นะ”


“นั่นก็ยิ่งไม่มีอยู่จริงเลย” เด็กผู้หญิงหัวเราะ “คุณซิกซ์ตี้นี่ตลกจังเลย ขอบคุณนะคะ ดีขึ้นเยอะเลย”

“เธอนี่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ” เราหัวเราะตามแล้วลูบๆหัวเธอ แต่ในใจก็ยังนึกว่าเธอยังเป็นเด็กน้อยไม่เปลี่ยนแปลง

ซักพักใหญ่รถม้าก็ไปจอดถึงลานกว้าง เด็กๆ วิ่งลงและถือถุงของขวัญไปที่ชุมชนคนจรจัดใกล้รางรถไฟ หยิบของที่ทำเองมาแจก ทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย คนชราส่วนได้รับของขวัญ ทุกคนล้วนมีรอยยิ้ม

 

“เมอร์รี่คริสต์มาส.....”

 

คำง่ายๆ แต่ก็ส่งความสุขได้ถึงทุกคน เป็นคริสต์มาสที่อบอุนของชุมชนแห่งนี้ ปีนี้ความหนาวเย็นของรัสเซียจะไม่อาจทำรายพวกเขาได้อีกต่อไป….

ไม่นานของขวัญก็ถูกแจกจ่ายจนหมดแม้กระทั้งของตัวเองที่ถักมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นักก็มีคนรับไปจนเกลี้ยง เด็กๆบอกลาทุกคนในชุมชนก่อนจะกลับขึ้นรถม้า แซนดี้หยุดยืนมือทุกคนเป็นครั้งสุดท้ายและเดินไปที่รถม้า ลากถุงที่ยุบลงไปเดินกลับมาด้วย เราเหลือบมองในถุงนั้น

“ยังมีผ้าพันคอเหลืออีกผืนนี่ครับ” เราทัก เธอยิ้มให้เรา

“นี่ของคุณซิกซ์ตี้ค่ะ” เธอหยิบขึ้นมาพันให้เรา

ของขอบคุณอุตสาห์ช่วยกันทำ จริงๆแล้วพวกอาจารย์ก็น่าจะได้รับของขวัญด้วยนะคะ อุตสาห์ดูแลพวกเราทั้งที”


“เธอนี่เป็นเด็กที่แปลกดีนะครับ ขอบคุณครับแซนดี้ เมอร์รี่คริสต์มาสครับ” เราเอื้อมมือไปลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดูเช่นเดิม แต่ก็รู้สึกดีใจกับของที่ได้รับ ก่อนจะพาทุกคนขึ้นรถม้ากลับ

 

 

ของขวัญเป็นสิ่งที่ซื้อด้วยเงินได้ไม่ยาก

แต่ความล้ำค่าของพวกมันไม่ได้วัดด้วยที่จำนวนตัวเลขของจำนวนเงิน

แต่ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดคือสิ่งที่อยากให้ด้วยใจอย่างแท้จริงต่างหากสินะ

ช่างน่าประทับใจ....

 


ไม่กี่วันต่อมา ข่าวใหญ่ก็ผ่านมาถึง แซนดี้ ได้ถูกสามีภรรยาคู่หนึ่งรับไปเลี้ยง เพราะเห็นเธอเป็นเด็กดีและมีความตั้งใจ และเคยเห็นเธอไปยืนรับบริจาคบ่อยๆ ที่หน้าสถานีรถไฟ

 

นั่นน่ะ....เป็นเรื่องที่อดไม่ได้ที่จะพรีเซ้นเธอให้พวกเขาจริงๆ.....

 

เมอร์รี่คริสต์มาสครับ แซนดี้.........

 

********************************************************

END MISSION

********************************************************

 

สรุปภาระกิจ : ช่วยเด็กๆ ทำของขวัญไปแจกคนจรจัดยากไร้และช่วยหาบ้านให้เด็กกำพร้า

 
Tags: pse 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet